» ข่าวการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก


เกิดเหตุข่มขืนหลายรายร้องมูลนิธิปวีณาช่วยเหลือ


เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ถูกยายนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังพ่อเลี้ยงก่อเหตุข่มขืนด้านตำรวจออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้วพระลูกวัดคลองต่าง พาลูกสาวร้องสื่อ ถูกนักการเมืองท้องถิ่น ข่มขืนนักเรียนหญิงมาราธอน 7 ปีเต็ม ตั้งแต่ชั้น ป.4 ยัน ม.4 จนแม่ตรอมใจตาย เตรียมบุกกรุงร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาต่อ

(3ก.ย.) ที่โรงพยาบาลปทุมธานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ได้เข้าเยี่ยมอาการเด็กหญิงจอย (นามสมมุติ) วัย 6 ขวบ   ภูมิลำเนา ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมีนายแพทย์ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผอ.รพ.ปทุมธานี ได้ชี้แจ้ง  ทั้งนี้ เด็กหญิงจอย ถูกนายสิน ไม่ทราบนามสกุล พ่อเลี้ยง มีอาชีพขับรถแท็กซี่รับจ้างได้ทำการข่มขืน คืนวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนางสะอิ้ง   ( สงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี ยาย ได้มาพบเห็นเด็กนอนซมชั้นบนของบ้าน และได้เข้าแจ้งกับ พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธ์ ผกก.สภ.คลองหลวง ในวันนี้ 3 ก.ย.52 และทางพ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธ์ ผกก.สภ.ได้รับแจ้งความไว้แล้วและได้ขอออกหมายจับจากศาลธัญบุรีจับกุมนายสิน แล้ว แต่ขณะนี้นายสิน ได้หลบหนีไป

นางสะอิ้ง ให้การว่า ที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านสองชั้นพักอาศัยรวมกันอยู่ 5 คน มีตนและนางวาสนา( สงวนนามสกุล) ลูกสาว อายุ 38 ปี แม่ของเด็กหญิงจอย และหลานสาวอีกหนึ่งคนและลูกเขย โดยนายสิน  ได้ข่มขืนลูกเลี้ยงที่ได้เลี้ยงกันมาตั้งแต่วัย 7 เดือน

นายแพทย์ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผอ.รพ.ปทุมธานี กล่าวว่า เด็กมีอวัยวะเพศฉีกขาดมากแพทย์ได้ช่วยเย็บบาดแผลให้แล้ว แต่ต้องรอดูอาการของเด็กก่อนซึ่งตอนนี้เด็กมีอาการเชื่องซึมมากนอนผวาตลอดเวลา และเมื่อจับกุมตัวนายสิน ได้จะต้องนำมาตรวจเลือดหาเชื้อโรค ว่าเป็นโรคอะไรหรือไม่เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเด็กได้

พระพาลูกสาวร้องสื่อถูกกำนันข่มขืนมาราธอน 7 ปี

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 3 ก.ย.พระสุธัมโลพระลูกวัดใน อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย พร้อม ลูกสาว น.ส.ตา (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องในพื้นที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชน หลังทราบเรื่องโยมลูกสาวถูกอดีตกำนัน และอดีตนายก อบต.แห่งหนึ่งในพื้นที่ข่มขืนกระทำชำเราและข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องบอกใครมาเป็นเวลานาน 7 ปีเต็ม พร้อมนำลูกสาวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธีปวีณาเพื่อเด็กและสตรี

พระสุธัมโล กล่าวว่า ทราบเรื่องที่เกิดกับลูกสาวประมาณ 1 สัปดาห์ หลังลูกสาวเล่าให้ฟัง จึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวและนำลูกสาวขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา เพราะเกรงอิทธิพลของบุคคลในพื้นที่ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น “อาตมาบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แม่และภรรยาที่เสียชีวิต ระยะแรกจำพรรษาอยู่ที่วัดใน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดคลองต่าง หมู่ 1 ต.น้ำขุม อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย ช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา ก่อนบวชได้แต่งงานกับภรรยามีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือ น.ส.ตา (นามสมมุติ) แต่อาตมาต้องไปทำงานก่อสร้างอยู่กรุงเทพฯ จนภรรยาล้มป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ไทยรอยด์ ส่งผลให้เป็นอัมพาตช่วยเหลือตนเองไม่ได้ และเสียชีวิตในที่สุด หลังจากตัดสินใจบวช ได้ฝากลูกสาวให้พี่สาวเลี้ยงดู หากลูกคิดถึงให้มาหาที่วัดได้เป็นบางครั้ง แต่ไม่คิดว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะเกิดเรื่องเลวร้ายกับลูก หลังทราบเรื่องอยากลาสิขาเพื่อดูแลลูกสาว เหมือนคนทั่วไปและเป็นห่วงอนาคตเด็ก แต่ก็เกรงกลัวอิทธิพลนักการเมืองท้องถิ่น แม้แต่ญาติพี่น้องซึ่งอยู่ในหมู่บ้านก็ไม่มีใครกล้าพาไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจเพราะเคยถูกข่มขู่จะทำร้ายมาแล้ว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับลูกสาวเพราะสงสารและเวทนาต่อการถูกกระทำย่ำยีในครั้งนี้ เพื่อให้ลูกสาวได้พ้นจากบ่วงกรรมที่ถูกกระทำตลอดมา " พระสุธัมโล กล่าว

น.ส.ตา(นามสมมุติ) กล่าวว่า เหตุเกิดตั้งแต่ตนเรียนอยู่ชั้นป. 4 อายุได้เพียง 9 ขวบ อดีตกำนันและอดีตนายก อบต. ทำทีมาเยี่ยมแม่ที่นอนป่วยเป็นอัมพาตที่บ้าน ตีสนิททำดีกับแม่ วันหนึ่งได้ชวนให้ไปเที่ยวในตัว จ.อุตรดิตถ์ บอกว่าจะพาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ซื้อขนม เพราะความเป็นเด็กคิดเพียงว่าเป็นผู้ใหญ่ใจดี ไม่รังเกียจคนยากจน จึงนั่งรถยนต์ไปด้วย แต่เมื่อไปถึงตัวจังหวัดกลับพาเข้าโรงแรมข่มขืน เมื่อเสร็จกิจแล้วก็ข่มขู่ไม่ให้ไปบอกกับใครและพากลับมาที่บ้านทำตัวเหมือนปกติไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น และข่มขืน พร้อมขู่ไม่ให้บอกใครมิเช่นนั้นจะฆ่าให้ตาย และจะซื้อของให้เป็นของปลอบใจ “หลังวันนั้นจนถึงปัจจุบัน หนูเรียนอยู่ชั้น ม.4 เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังเกิดขึ้นกับหนูครั้งแล้วครั้งเล่า โดยจะพาเข้าโรงแรมและม่านรูดในตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ และที่ อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย หากไม่ยอมไปด้วยจะแสดงอากาศโมโห ยิ่งหนูไม่ยินยอมตกเป็นของเขา ก็จะเข้าปลุกปล้ำถอดเสื้อกางเกง ใช้มือบีบแขนทั้งข้างจนรู้สึกเจ็บ และต้องยอมตกเป็นของเขาทุกครั้งไป”น.ส.ตา (นามสมมุติ) กล่าวพร้อมใช้มือปาดน้ำตาเป็นระยะๆ

น.ส.ตา(นามสมมุติ) กล่าวว่า ช่วงที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ทราบข่าวก็เสียใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ ด้วยโรคที่รุมเร้า และเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้เรียน ม. 4 ตนเริ่มโตและรู้เรื่องจึงพยายามตีตัวออกห่าง เวลาเขามาหาที่บ้านและจะพาไปร่วมหลับนอนก็จะหลบหน้า จนล่าสุดกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เขามาหาที่บ้านพูดจาข่มขู่และบอกว่าที่หนูทำตัวห่างเพราะติดผู้ชาย หนูอ้อนวอน ขอร้องเขาหลายครั้งไม่อยากไปไหนกับเขาอีก แต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้พ่อฟัง แต่ไม่กล้าแจ้งความตำรวจ เพราะเขาเป็นคนมีอิทธิพล เป็นที่รู้จักของคนทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งตัวเขาและลูกชายเป็นถึงนักการเมืองท้องถิ่น เกรงจะได้รับอันตรายและไม่ได้รับความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้รายละเอียดกับผู้สื่อข่าวในพื้นที่แล้ว ญาติของ น.ส.ตา(นามสมมุติ)ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯทันที เพื่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี แทนการแจ้งความดำเนินคดีต่อตำรวจในพื้นที่ เพราะไม่มั่นใจต่อความปลอดภัยของครอบครัวและตัวเด็กหญิงที่ตกเป็นเหยื่อ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวโดยหนังสือพิมพ์

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยานย 2552