» เกี่ีี่่ยวกับเรา

มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก

ECPAT Foundation, Thailand


มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ดำเนินงานเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 โดยได้เริ่มดำเนินงานเป็นโครงการนำร่องในการป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก และจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในปี พ.ศ. 2545 ในนามของมูลนิธิ หรือองค์กรพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร มูลนิธิฯ มีการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับองค์กรพันธมิตรในภาคเหนือ และเป็นหนึ่งในสมาชิกเครือข่ายระดับโลกขององค์การเอ็คแพท อินเตอร์เนชั่นแเนล (ECPAT International) เพื่อทำงานร่วมกันในการต่อต้านการค้าประเวณีเด็ก สื่อลามกอนาจารเด็ก และการค้าเด็กเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ

เด็กกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศ

เด็กที่ถูกชักจูงเข้าสู่กระบวนการค้าประเวณีหรืออยู่ในภาวะเสี่ยง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของมูลนิธิฯ มีสองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มเด็กที่ถูกบังคับและถูกค้าให้เข้าสู่กระบวนการค้าประเวณี และกลุ่มเด็กที่อยู่ในภาวะเสี่ยงเนื่องจากสภาพแวดล้อมทางสังคม และปัญหาครอบครัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

           กลุ่มเด็กที่ถูกบังคับและถูกค้า : ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มาจากชายแดน และเด็กชนเผ่า รวมถึงเด็กที่ไม่มีโอกาสเข้ารับการศึกษาต่อหลังจากจบชั้นประถมศึกษา เด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศ เพราะความยากจน และไม่มีสัญชาติ (เด็กชนเผ่าจำนวนมากไม่ได้รับสัญชาติไทย) อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร และปัญหาการขาดแคลนบุคลากรซึ่งจะให้การศึกษา และพัฒนาในชุมชนซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่
               นอกจากนี้ เด็กซึ่งถูกค้า หรืออพยพมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศลาว กัมพูชา พม่า ซึ่งเข้ามาในประเทศไทยและถูกนำเข้าสู่กระบวนการเพศพาณิชย์โดยตรง หรือเด็กที่อพยพเข้ามาหางานทำแต่ถูกบังคับให้ค้าประเวณี ซึ่งรวมถึงการที่เด็กเหล่านี้ขาดโอกาสได้งานที่ดีทำ และการเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายทำให้เด็กเหล่านี้ถูกบังคับหรืออยู่ในสถานการณ์เสี่ยงต่อการถูกค้าประเวณี เด็กกลุ่มนี้จะมีโอกาสสูงในการถูกแสวงหาประโยชน์เนื่องจากไม่เข้าใจภาษาไทยและไม่ได้อาศัยอยู่กับครอบครัว

           กลุ่มเด็กที่มีปัญหาทางสังคมและมาจากครอบครัวแตกแยก : ส่วนใหญ่เป็นเด็กไทยซึ่งมาจากครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น ได้รับผลกระทบจากเอดส์ ยาเสพติด หรือความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาความยากจนที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กมีความเสี่ยง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยผลักอื่นอีก คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเยาวชน เช่น การติดยาเสพติด การมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน อิทธิพลด้านวัตถุนิยม บริโภคนิยม เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์มากขึ้น นอกจากนี้ เพศสัมพันธ์ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนกับเงินเพื่อนำไปซื้อยาเสพติด หรือวัตถุสิ่งของเพื่อจะได้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อนของตน การมีเพศสัมพันธ์กับเด็กนักเรียนได้กลายเป็นปัญหาสำคัญทั้งในโรงเรียนของรัฐฯ และเอกชน ดังปรากฏในการรายงานจากสื่อมวลชนจำนวนมาก เด็กนักเรียนหญิงบางคนถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับครูชายเพื่อแลกเปลี่ยนกับเกรดหรือคะแนน เด็กหญิงบางคนถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยบุคคลซึ่งเป็นญาติ พ่อเลี้ยง หรือเพื่อนบ้าน และเข้าสู่กระบวนการค้าประเวณีเพราะขาดความภาคภูมิใจในตนเอง ขาดการสนับสนุนด้านจิตใจ และไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม ปัญหายาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นทำให้เด็ก และเยาวชนขาดความระมัดระวังและนำไปสู่พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ตั้งใจ

ปัจจัยซับซ้อนซึ่งนำไปสู่การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กยังรวมถึง การขยายตัวในวงกว้างของทัศนคติด้านค่านิยมทางวัตถุและการบริโภค
นิยมของผู้ใหญ่ผู้ปกครองและเด็ก ผ่านทางสื่อมวลชนและเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ โฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็ก
และเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออิทธิพลจากสื่อโฆษณา ทั้งทางรูปภาพและข้อความจำนวนมากที่นำเสนอหรือสื่อสารเกี่ยวกับความสัมพันธ์
ทางเพศ และการให้คุณค่าของวัตถุสิ่งของอย่างเปิดเผย สิ่งเหล่านี้ส่งเสริมอิทธิพลต่อค่านิยมทางด้านวัตถุ และการมีกิจกรรมทางเพศ หรือมีความ
สัมพันธ์ทางเพศที่ไม่เหมาะสม โดยปราศจากการให้ความรู้ด้านเพศศึกษาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ทัศนคติทางสังคมที่ลดหรือไม่ให้คุณค่าแก่เด็กหญิงที่สูญเสียพรหมจารีย์ก่อนแต่งงานเป็นปัจจัยผลักให้เด็กหญิงเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการค้าโสเภณี เด็กหญิงบางคนที่ถูกหลอกโดยเพื่อนชายที่ตนเองให้ความเชื่อใจและไว้ใจจนยอมมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วย อาจดำเนินชีวิตหลังจากนั้นด้วยการมีพฤติกรรมทางเพศอย่างขาดความรับผิดชอบเพื่อเป็นการ “ประชด” ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตนเอง ซึ่งทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจทางเพศและถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์

วิสัยทัศน์ของมูลนิธิฯ

วิสัยทัศน์ของมูลนิธิ คือ การส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้รับสิทธิในการดำเนินชีวิตที่ ปราศจากการค้าประเวณีเด็ก สื่อลามกเด็ก และการค้าเด็กเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ

พันธกิจของมูลนิธิฯ

ภารกิจของมูลนิธิฯ ในฐานะที่เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนท้องถิ่น มีการทำงานร่วมกับองค์กรในความร่วมมือ และองค์กรเครือข่าย เพื่อขจัดการค้าประเวณีเด็ก สื่อลามกเด็ก และการค้าเด็กเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ มูลนิธิฯ ส่งเสริมกลไกการประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคมไทย รวมทั้งคนในชุมชน และเด็ก ในการทำงานร่วมกันเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กทุกคนได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน มีเสรีภาพ และปลอดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศเชิงพาณิชย์ทุกรูปแบบ

กิจกรรมของเราในการคุ้มครองและป้องกันเด็กจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์
(Commercial Sexual Exploitation of Children หรือเรียกย่อ ๆ ว่า CSEC)

มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กและองค์กรพันธมิตรสามองค์กรในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา เป็นสมาชิกของทีมงานสหวิชาชีพเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็ก ในระดับอำเภอและระดับจังหวัด เพื่อให้ความช่วยเหลือและปกป้องคุ้มครองเด็กจากการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศ รวมทั้งการค้าเด็กเพื่อวัตถุประสงค์เพศ นอกจากนี้ มูลนิธิฯ และองค์กรพันธมิตรทั้งสามยังทำงานกับชุมชนและโรงเรียนเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองเด็กในระดับชุมชน

และเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ (stakeholders and duty bearers) ตัวอย่างเช่น การฝึกอบรมครูเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการให้คำปรึกษา ดูแลเด็กที่อยู่ในภาวะเสี่ยงหรือตกเป็นผู้เสียหายจากการแสวงหาประโยชน์
ทางเพศเชิงพาณิชย์์เพื่อไว้วางใจและรู้สึกปลอดภัยให้เด็กมีความรู้สึกในการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดทางเพศแก่ครู

ซึ่งส่งผลให้ครูสามารถปกป้องคุ้มครองเด็กได้ดีขึ้น การจัดอบรม/สัมมนาให้แก่ผู้นำชุมชนในระดับตำบลในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยาใน
ประเด็นการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กเชิงพาณิชย์และการค้ามนุษย์ รวมทั้งพรบ. คุ้มครองเด็ก ซึ่งโดยตามกฎหมายแล้วการปกป้องคุ้มครองเด็กเป็นบทบาทหน้าที่โดยตรงของผู้นำชุมชนและบุคคลในสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้อง ผู้พบเห็นเด็กหรือสงสัยว่าเด็กจะถูกแสวงหาประโยชน์หรือถูกล่วงละเมิด มีหน้าที่ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้การคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็ก

การฝึกอบรมอาสาสมัครเฝ้าระวังและรับแจ้งเหตุใน 6 อำเภอ จังหวัดเชียงราย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความตระหนักในการปกป้องคุ้มครองเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และตาม พรบ.คุ้มครองเด็กซึ่งการฝึกอบรมดังกล่าวช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับความรู้ และขยายเครือข่าย (networking) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของพวกเขาในการทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองเด็ก

นอกจากนี้เด็ก ๆ ในโรงเรียนและชุมชนยังได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก รูปแบบของการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก และทักษะในการถ่ายทอดความรู้เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักในประเด็นดังกล่าวให้แก่เพื่อนของพวกเขา อันเป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันการค้าเด็ก เด็กๆ สามารถถ่ายทอดข้อมูลที่พวกเขาได้รับจากการอบรมให้แก่เพื่อนได้หลายทาง อาทิเช่น การแสดงละครเร่ในชุมชน การจัดบอร์ดนิทรรศการในโรงเรียน การจัดรายการวิทยุในโรงเรียนหรือในชุมชน โดยใช้ภาษาท้องถิ่นหรือภาษาชนเผ่า ตัวอย่างเช่น ในครึ่งแรกของปี 2552 กลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งได้เข้ารับการฝึกอบรมเรื่อง ภัยจากเทคโนโลยีและการสื่อสารสมัยใหม่ จัดโดยมูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ได้คิด ริเริ่มและดำเนินงานโครงการ “สร้างภูมิคุ้มกันจากเทคโนโลยีและการสื่อสาร (Make IT Safe)” โดยได้รับการสนับสนุนทั้งด้านเทคนิคและงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมจากมูลนิธิ ฯ กลุ่มเยาวชนดังกล่าวได้ดำเนินงานโครงการฯ โดยจัดกิจกรรมฝึกอบรม 1 วัน ให้แก่เพื่อนนักเรียนระดับชั้นมัธยมต้น จำนวน 75 คน (เด็กหญิง 43 คน เด็กชาย 33 คน) เพื่อสร้างความตระหนักถึงภัยของเทคโนโลยีและการสื่อสารและวิธีการใช้อย่างปลอดภัย โครงการขนาดเล็กอีกโครงการหนึ่งคือ โครงการ “ชวนเพื่อนร่วมใจต้านภัย CSEC”

ซึ่งริเริ่มโครงการโดยกลุ่มเด็กหญิงที่อาศัยอยู่ในบ้านพักขององค์กรพัฒนาเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเคยเข้าร่วมกิจกรรมค่ายเด็กของมูลนิธิเพื่อยุติการ
แสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โครงการฯ ดังกล่าวเน้นสร้างความตระหนักให้แก่เพื่อนในโรงเรียนในประเด็นสิทธิเด็ก
การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก และวิธีการป้องกันตนเอง มีเด็กนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม 96 คน ทั้งในระดับประถม มัธยมต้นและมัธยมปลาย
นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคม 2552 ตัวแทนเด็กนักเรียนจากแต่ละโรงเรียนเครือข่าย15 แห่ง ได้นำเสนอผลการดำเนินงานในโรงเรียนและชุมชนของตนเอง ในงานนิทรรศการ “การป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กเชิงพาณิชย์” จัดโดยองค์กรพันธมิตรของมูลนิธิฯ (โรงเรียนบ้านห้วยไคร้) 
ผลงานที่นักเรียนนำมาเสนอ ในนิทรรศการนั้นบางโรงเรียนมุ่งดำเนินกิจกรรมในการป้องกันภัยจากอินเตอร์เน็ต บางโรงเรียนเน้นไปที่การป้องกันการค้าเด็กเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ และความรุนแรงทางเพศต่อเด็ก เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมจัดนิทรรศการได้พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม ซึ่งการร่วมทำงานเพื่อให้ความรู้แก่เพื่อนดังกล่าว ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในด้านความภาคภูมิใจและความมั่นใจในตนเอง

นอกจากการเสริมพลังและศักยภาพของเด็กในการทำงานร่วมกับผู้ใหญ่เพื่อต่อต้านการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก การมีส่วนร่วมของเด็กยังได้รับการส่งเสริมผ่านการดำเนินกิจกรรมบ้านพักสำหรับเด็กที่อยู่ในภาวะเสี่ยง โดยการจัดตั้ง “สภาเด็กในบ้านพักขององค์กรพันธมิตรของมูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก (มูลนิธิ ไว เอ็ม ซี เอ จังหวัดพะเยา)เด็กซึ่งอาศัยในบ้านพักมีบทบาทเป็นผู้นำในการบริหารจัดการบ้านพักโดยการสนับสนุนของเจ้าหน้าที่ในบ้านพัก บทบาทการเป็นผู้นำดังกล่าวรวมถึงการสร้างข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับกฎระเบียบในการอยู่ร่วมกัน หน้าที่ความรับผิดชอบของสมาชิก และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการอยู่ร่วมกัน นอกจากนี้ เด็กเหล่านี้ยังได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้เรื่องการแสวงหา
ประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์และทักษะที่จำเป็นในการรณรงค์สร้างความตระหนัก ให้แก่เพื่อนของตน พวกเขาได้นำความรู้และทักษะที่ได้รับไปจัด
กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กเชิงพาณิชย์ และความรุนแรงต่อเด็กในรูปแบบอื่นให้แก่เพื่อนในบ้านพักและในชุมชนของตน พัฒนาการและความรู้ในด้านต่างๆ ที่พวกเขาได้รับระหว่างที่อาศัยอยู่ในบ้านพักจะช่วยเสริมศักยภาพของพวกเขาในการป้องกันตนเองและเพื่อนจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ

นอกจากนี้ มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กและองค์กรพันธมิตรทั้งสามองค์กรยังได้ ประสานความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐฯ ในท้องถิ่น (เช่น โรงเรียน เทศบาล สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ฯลฯ) และองค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ (องค์การแพลนอินเตอร์เนชั่นแนล มูลนิธิศุภนิมิต องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฯลฯ) ในการจัดกิจกรรมรณรงค์ในวันสิทธิเด็ก เพื่อต่อต้านการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก โดยมุ่งเน้นประเด็นการค้าเด็กเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ มีการผลิตสื่อเพื่อให้ความรู้และสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว อาทิ เช่น โปสเตอร์ สติกเกอร์ โปสการ์ด แผ่นพับและเสื้อยืด

ในขณะเดียวกัน มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรพันธมิตรสององค์กร และองค์กรในความร่วมมือใหม่อีก 3 องค์กร (บ้านพักเด็ก 2 องค์กรและโรงเรียน 1 แห่ง) ในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือกับเยาวชนระดับโลก ในส่วนของการดำเนินงานโครงการในประเทศไทย (Global Youth Partnership Project: Thailand Component) ทั้งนี้เอ็คแพท อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ประสานงานการดำเนินงานโครงการในระดับโลก โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ในการเสริมสร้างพลังแก่เด็กที่เป็นผู้รอดพ้น (survivors) และเด็กที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์ โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์ถึงสิทธิของพวกเขาในการได้รับการปกป้องคุ้มครอง

นอกจากนี้ โครงการฯ ได้นำเสนอรูปแบบของแนวปฏิบัติ (Good Practice) ที่ดีของการดำเนินงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา การส่งเสริมพัฒนาการทางด้านจิตใจและสังคมที่สำคัญในทางบวก เช่น การสร้างความมั่นคงทางจิตใจเพื่อต่อสู้กับปัญหาที่เข้า
มาในชีวิต (resilience) ความเชื่อมั่นและไว้ใจ ความคิดสร้างสรรค์ การให้คุณค่าต่อตนเอง รวมถึงการพัฒนาทักษะชีวิตและสังคม มูลนิธิเพื่อยุติการ
แสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กยังได้ทำงานเพื่อเพิ่มการปกป้องคุ้มครองเด็ก โดยการจัดอบรมหลักสูตรมาตรฐานการปกป้องคุ้มครองเด็กภายใน
องค์กร (Child Safe Organisation) ให้แก่องค์กรภาครัฐและเอกชนซึ่งทำงานโดยมีปฏิสัมพันธ์ทางตรงกับเด็ก เช่น องค์กรที่มีบริการบ้านพักเด็ก หรือโปรแกรมเคลื่อนที่ สำหรับเด็ก (Outreach Programme) การฝึกอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง/ปรับปรุงนโยบาย และ แนวปฏิบัติด้านการปกป้อง
คุ้มครองเด็กขององค์กร เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กซึ่งองค์กรทำงานด้วยได้รับความปลอดภัย

นอกจากนั้น มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กได้บรรลุความสำเร็จในการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจ-ด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว เข้าร่วมต่อต้านการท่องเที่ยว เพื่อมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก บุคลากรในทุกระดับขององค์กรภาคธุรกิจได้รับการฝึกอบรมส่งเสริมความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรมีการดำเนินงานที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในธุรกิจของตน ในปีที่ผ่านมา มีบุคลากรประมาณ 200 คน จากหน่วยงานภาคธุรกิจมากกว่า 30 องค์กร ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย พัทยา สมุย และภูเก็ตเข้ารับการฝึกอบรมฯ จากมูลนิธิ นอกจากนี้ ในครึ่งแรกของปี 2552 ภาคธุรกิจสามแห่ง (หนึ่งแห่งในภาคใต้ และสองแห่งในภาคเหนือ) ได้เข้าเป็นสมาชิกภาคีของ “หลักการปฏิบัติเพื่อ
ปกป้องคุ้มครองเด็กจากการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” (The Code of Conduct for Protection of Children from
Sexual Exploitation in Travel and Tourism) และได้บรรจุหลักปฏิบัติดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายขององค์กร ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้จัดการฝึกอบรมฯ ให้แก่บุคลากรจำนวน 160 คน ขององค์กรทั้งสามแห่งนับตั้งแต่ระดับผู้บริหาร แม่บ้าน และยามรักษาความปลอดภัย โดยเป็นการฝึกอบรมในประเด็นที่เกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในเชิงพาณิชย์ การอบรมฯ เน้นไปที่ประเด็นการท่องเที่ยวเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก และการปฏิบัติตามหลักปฏิบัติเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็ก


กลับไปหน้าแรก