» การท่องเที่ยวเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก

ารท่องเที่ยวเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก (Child Sex Tourism) เป็นการแสวงหาประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์จากเด็กรูปแบบหนึ่งโ ดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เดินทางจากสถานที่ที่เป็นสภาพแวดล้อมปกติของพวกเขาไปยังสถานที่ปลายทางที่พวกเขามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเพศกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี คนกลุ่มนี้มักเดินทางจากประเทศที่ร่ำรวยไปสู่ประเทศด้อยพัฒนากว่า แต่คนกลุ่มดังกล่าวก็อาจเป็นนักเดินทางภายในประเทศหรือจากภูมิภาคนั้นเอง

นักท่องเที่ยวที่มีเพศสัมพันธ์กับเด็กมาจากบุคคลที่มีตำแหน่งทางสังคมต่างกันและรวมถึงคนทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคนที่แต่งงานแล้วหรือยังโสด ชายหรือหญิง นักท่องเที่ยวผู้มั่งคั่งหรือผู้มีงบประมาณจำกัด นักท่องเที่ยวที่มีเพศสัมพันธ์กับเด็กอาจเป็นชาวต่างชาติหรือคนในท้องถิ่นที่เดินทางภายในประเทศของตนเอง นักท่องเที่ยวบางคนที่มีเพศสัมพันธ์กับเด็ก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ละเมิดทางเพศต่อเด็กโดยเจตนา และผู้ชอบการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็ก) จะมีเป้าหมายของการท่องเที่ยวที่มุ่งไปที่เด็กโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มีเพศสัมพันธ์กับเด็กมักเป็นผู้ล่วงละเมิดเนื่องจากสถานการณ์พาไป โดยทั่วไปแล้วพวกเขามิได้นิยมการมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก แต่เนื่องจากเด็กถูกนำเสนอในรูปแบบของผู้ให้บริการทางเพศ พวกเขาจึงฉวยโอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าวในการมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก

การไม่เป็นที่รู้จัก การที่สามารถเข้าถึงเด็กได้ง่าย รวมทั้งการอยู่ห่างไกลจากข้อกำหนดทางจริยธรรมและสังคมซึ่งโดยปกติเป็นตัวควบคุมความประพฤติ ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเอื้อที่นำไปสู่พฤติกรรมการใช้ความรุนแรงในประเทศอื่นได้ ผู้แสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กอาจพยายามหาเหตุผลให้กับพฤติกรรมของตนเอง โดยอ้างว่าการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กเป็นเรื่องที่สามารถยอมรับได้ในวัฒนธรรมของสถานที่ที่พวกเขาไปเยือน หรืออ้างว่าเงินหรือสิ่งของที่ใช้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กนั้นยังประโยชน์ให้แก่เด็กและชุมชน

จุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับเด็กอาจเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อประเทศหนึ่งๆ พยายามป้องกันและคุ้มครองเด็กเพิ่มมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่มีเพศสัมพันธ์กับเด็กก็อาจจะเลือกประเทศอื่นเป็นจุดหมายปลายทางแทน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อประเทศต่างๆ อย่างบราซิลและไทยเพิ่มการตรวจตราระมัดระวังมากขึ้น การท่องเที่ยวเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับเด็กก็กลับเพิ่มจำนวนในประเทศอื่น เช่นเอควาดอร์ กัมพูชา และอินโดนีเซีย ปัจจัยอื่นรวมถึงการเปิดตลาดและเส้นทางคมนาคมขนส่ง การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงปริมาณโดยไม่มีระเบียบแบบแผน และความแตกต่างระหว่างชนชั้นที่แบ่งแยกอย่างชัดเจน ต่างก็ทำให้จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับเด็กเปลี่ยนจากประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง เป็นประเทศอื่นหรือภูมิภาคอื่น ในแง่นี้ ตอนเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรปและอเมริกากลางต่างก็ประสบกับปัญหาการท่องเที่ยวเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับเด็กที่เพิ่มขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น

การท่องเที่ยวไม่ใช่ต้นเหตุทำให้เกิดการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก แต่ผู้แสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกที่บริษัททัวร์ โรงแรม รีสอร์ท ภัตตาคาร สายการบิน และบริษัทขนส่งอื่นๆ จัดไว้ให้เพื่อวัตถุประสงค์ในการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก

นอกจากนี้ ธุรกิจบางประเภทอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก เช่นโรงแรมที่เพิกเฉยต่อการแสวงหาประโยชน์ในพื้นที่ของตน หรือตัวแทนท่องเที่ยวต่างๆ ที่จงใจจัดเตรียมการท่องเที่ยวเพื่อการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กในต่างประเทศ การจัดการท่องเที่ยวทางเพศเป็นการกระทำที่ฉวยโอกาสจากความไม่เท่าเทียมกันทางเพศซึ่งส่งผลต่อความต้องการในการค้ามนุษย์เพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ อันทำให้เด็กตกอยู่ในกระบวนการค้ามนุษย์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญและเป็นพันธมิตรที่ทรงคุณค่าในการปกป้องเด็กจากการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว องค์การท่องเที่ยวและเดินทางระดับชาติหลายๆ องค์กรต่างก็ตระหนักถึงอันตรายที่มีต่อเด็ก และได้ทำงานร่วมกันเพื่อต่อต้านบุคคลที่แสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

 

หลักการปฏิบัติเพื่อปกป้องเด็กจากการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศในการเดินทางและการท่องเที่ยว (Code of Conduct for the Protection of Children from Sexual Exploitation in Travel and Tourism)

องค์การเอ็คแพทสวีเดนร่วมกับบริษัทนำเที่ยวในสแกนดิเนเวียและองค์การท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization หรือ WTO) ริเริ่มหลักการปฏิบัตินี้ขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2541 หลักการปฎิบัตินี้สนับสนุนให้บริษัทต่างๆปฏิบัติตามแนวทางเพื่อคุ้มครองเด็กจากการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ดังต่อไปนี้

1) กำหนดนโยบายทางจริยธรรมเพื่อต่อต้านการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก

2)ให้ความรู้และฝึกอบรมบุคคลากรที่ปฎิบัติงานในประเทศที่เป็นประเทศต้นทางและประเทศปลายทางในการท่องเที่ยว
3) ระบุประเด็นเกี่ยวกับการปฏิเสธการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในสัญญาที่ทำกับผู้จัดหาสินค้าหรือบริษัทคู่ค้า
4) จัดหาข้อมูลให้แก่นักท่องเที่ยวผ่านทาง หนังสือโฆษณารายการสินค้า แผ่นพับโ๋ฆษณา  ภาพยนตร์ที่ฉาย ในเที่ยวบิน  ตั๋วเครื่องบิน  หน้าเว็บไซต์ และอื่น ๆ
5) ให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับหลักการปฏิบัติและนโยบายของบริษัทต่อ “บุคคลหลักหรือบุคคลสำคัญของท้องถิ่น” ในพื้นที่ต่างๆ
6) รายงานประจำปีว่าด้วยระดับของการปฏิบัติตามหลักปฏิบัติเพื่อปกป้องเด็กจากการถูกแสวงหาประโยชน์ ทางเพศในการเดินทางและท่องเที่ยว

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thecode.org

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คัดลอกจาก “ปุจฉา วิสัชนา ว่าด้วยการแสวงหาประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์จากเด็ก” พิมพ์ครั้งที่ 3 ปี พ.ศ. 2550 โดยองค์การเอ็คแพท อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพฯ